สารระเหย คือ สารที่ได้จากขบวนการสกัดน้ำมันปิโตรเลียม มีลักษณะเป็น ไอ ระเหย ได้ในอากาศ ประกอบด้วย
Toluene ,Acetone ,Butane , Benzen ,Trichloroe Thylene เมื่อ ซึ่งพบในกาว แลคเกอร์ ทินเนอร์ น้ำมันเบนซิน
ยาล้างเล็บ เมื่อสูดดมเข้าไปจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย
อาการผู้เสพ
ผู้เสพจะมีอาการเคลิบเคลิ้ม ศีรษะเบาหวิว ตื่นเต้น พูดจาอ้อแอ้ พูดไม่ชัด น้ำลายไหลออกมามาก เนื่องจากสารที่สูดดมเข้าไป ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุภายในจมูกและปาก การสูดดมลึก ๆ หรือ ซ้ำ ๆ กันแม้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ทำให้ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ทำให้ขาดสติหรือเป็นลมชัก กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกันระบบประสาทอัตโนมัติ ( Reflexes) ถูกกด มีเลือดออกทางจมูก หายใจไม่สะดวก
โทษที่ได้รับ
@ระบบทางเดินหายใจ มีอาการระคายเคืองหลอดลม เยื่อบุจมูกมีเลือดออก หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ
@ระบบทางเดินอาหาร มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร เนื้อตับถูกทำลาย
@ระบบทางเดินปัสสาวะ ไตอักเสบจนถึงพิการ ปัสสาวะเป็นเลือดเป็นหนอง หรือมีลักษณะคล้ายไข่ขาว
@ ระบบหัวใจและหลอดเลือด หัวใจเต้นผิดปกติ
@ ระบบสร้างโลหิต ไขกระดูกซึ่งมีหน้าที่สร้างเม็ด โลหิตหยุดทำงาน เกิดเม็ดโลหิตแดงต่ำ เกล็ดเลือดต่ำ ทำให้ซีด เลือดออกได้ง่าย ตลอดจนทำให้เลือดแข็งตัวช้าในขณะที่เกิดบาดแผง บางรายเกิดเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาว
@ ระบบประสาท ปลายประสาทอักเสบ มีอาการชาตามปลายมือและปลายเท้า เกิดอาการอักเสบของกล้ามเนื้อ ทำให้ลูกตาแกร่ง ลิ้นแข็ง พูดลำบาก สมองถูกทำลายจนเซลส์สมองฝ่อ เป็นโรคสมองเสื่อมก่อนอันควร
ฤทธิ์ในทางเสพติด
สารระเหยออกฤทธิ์กดระบบประสาท มีอาการเสพติดทางร่างกายเล็กน้อย มีอาการเสพติดทางจิตใจ มีอาการขาดยาแต่ไม่รุนแรง
โทษทางกฎหมาย
สารระเหยจัดเป็นสารเสพติดตามพระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ. 2533
เป็นสารเคมีที่ระเหยได้งานที่ใช้ในการอุตสาหกรรม ได้แก่ ทินเนอร์ แลคเกอร์ กาว เป็นต้น เด็กและเยาวชนจำนวนมากที่ใช้สารระเหยในทางที่ผิด โดยน้ำมาสูดดม และเกิดภาวะ เสพติด เป็นอันตรายต่อสุขภาพรัฐบาลได้แก้ปัญหานี้ โดยออกกฎหมายที่พระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ. 2533 ซึ่งมีบทกำหนดโทษผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขาย และผู้ใช้สารระเหย เพื่อบำบัด ความต้องการหรือจิตใจ สารระเหย เมื่อสูดดมเข้าไปสู่ปอด จะถูกดูดซึมไปตามกระแสโลหิต สู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อย่างรวดเร็ว และทำลายระบบต่าง ๆ รวมทั้งอวัยวะที่สำคัญ เช่น สมอง ตับ ไต หัวใจ ปอด เป็นต้น
พิษของสารระเหย แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. พิษเฉียบพลัน ภายหลังการสูดดม จะเกิดอาการ ตื่นเต้น หัวใจเต้นเร็ว ต่อมามีอาการมึนงงคล้ายคนเมาสุรา ควบคุมตนเองไม่ได้ ระคายเคือง เยื่อบุในปากและจมูก น้ำลายไหล คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงซึม หมดสติ อาจกดศูนย์การหายใจทำให้ตายได้ ทั้งนี้อาการมากหรือน้อย ขึ้นกับชนิด และปริมาณ ของสารระเหยที่สูดดม
2. พิษเรื้อรัง การสูดดมติดต่อเป็นเวลานาน ทำให้อวัยวะต่าง ๆ ในร่างการทุกระบบเสื่อมสมรรถภาพกดการทำงานของไขกระดูก ทำให้เกิด โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว อาการอักเสบของเนื้อปอด ทำให้อาการไอ หอบ เหนื่อย เจ็บหน้าอก กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ยไม่มีแรง เกิดเป็นอัมพาตได้ การทำงานของคับ และไตล้มเหลว มีอาการทางจิตประสารนอัมพาตได้ การทำงานของคับ และไตล้มเหลว มีอาการทางจิตประสาท สมองเสื่อม ประสาทหลอด ก้าวร้าว มุทะลุ พฤติกรรมและอุปนิสัยเปลี่ยน ทำลายสมองส่วนควบคุมการประสานการทำงานของกล้ามเนื้อ พูดไม่ชัด มือสั่น แขนขาสั่น เดินไม่ตรงทาง เป็นมาก มีอาการสั่นทั้งตัว นับว่าเป็นความพิการอันเกิดจากสารระเหย
การป้องกัน
เด็กและเยาวชน สามารถป้องกันตนเองได้โดย
หาความรู้เรื่องโทษพิษภัยของสารระเหย เพื่อป้องกันตนเอง และแนะนำผู้อื่นได้
รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เช่น อ่านหนังสือ ช่วยกิจกรรมในบ้าน และโรงเรียน เล่นดนตรี หรือ กีฬา
ปลูกต้นไม้ ฯลฯ ประพฤติดี มีคุณธรรม เพื่อประโยชน์สุขของตนเอง ครอบครัว และสังคม
บิดามารดาผู้ปกครอง สำคัญ ในการป้องกันบุตรหลานโดย
มีความรู้เรื่องโทษ พร้อมแนวทางการป้องกันอันตรายจากสารระเหย
อบรมเลี้ยงดู บุตรหลาย ด้วยความรัก ความเข้าใจ ปลูกฝังให้ประพฤติดีมีคุณธรรม
มีความเชื่อมันในตนเอง ไม่หลงตามเพื่อน เมื่อถูกชักชวนไปในทางที่ผิด
ส่งเสริมให้บุตรหลานใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
ควรเก็บผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารระเหยไว้ในที่ปลอดภัย
ข้อควรระวัง
สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้หรือทำงานเกี่ยวข้องกับสารระเหย
* ควรใช้อย่างระวังและถูกต้องตามคำแนะนำที่ติดมากับผลิตภัณฑ์ นั้น ๆ
* ป้องกันอย่าให้สารระเหยเข้าสู่ร่างกายโดยทางหายใจ หรือทางผิวหนัง โดยสวมหน้ากาก หรือใช้ผ้าปิดปาก ปิดจมูก และสวมเสื้อผ้าปกคลุมให้มิดชิด ขณะใช้สารระเหย
* ขณะใช้สารระเหย ควรอยู่เหนือลม และในที่ ที่มีอากาศ ถ่ายเทสะดวก
เมื่อติดสารระเหยจะทำอย่างไร
รีบปรึกษาแพทย์หรือขอรับการบำบัดรักษาสถานบำบัดรักษายาเสพติด โรงพยาบาลของรัฐ ทุกแห่ง |