เรดาร์ คือ อะไร ?
         
          คำว่า RADAR  ย่อมาจากคำว่า  Radio  Detection  And  Ranging    หมายถึง   การตรวจจับเป้าระยะไกลด้วยคลื่นวิทยุ
โดยทั่วไปเรดาร์ตรวจอากาศเป็นเรดาร์แบบพัลส์  ( Pulse   Radar )   คำว่า พัลส์   คือ  การส่งคลื่นวิทยุหรือคลื่อนแม่เหล็กไฟฟ้า
เป็นจังหวะช่วงสั้น ๆ   ในลักษณะลำคลื่นมุมแคบ ๆ เมื่อคลื่นดังกล่าวกระทบวัตถุ เช่น กลุ่มฝน ต้นไม้ ภูเขา ฯลฯ  จะเกิดการสะท้อน
กลับมาสู่จานสายอากาศ ซึ่งทำหน้าที่ทั้งส่งและรับ       แต่เนื่องจากสัญญาณสะท้อนนี้เบามากเครื่องรับในเรดาร์จึงขยายสัญญาณให้
แรงขึ้น  ก่อนที่จะถูกส่งไปแสดงข้อมูลบนจอภาพเรดาร์ต่อไป      เรดาร์ตรวจอากาศเป็นเครื่องมีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดอย่างหนึ่ง
ซึ่งช่วยในการพยากรณ์อากาศระยะสั้น  และมีประโยชน์อย่างมากในการเดินอากาศ       เนื่องจากเรดาร์สามารถตรวจจับกลุ่มฝน
ฟ้าคะนอง ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมากต่อขึ้น-ลงของอากาศยาน ........


รูปที่ 1 แสดงการส่ง-รับคลื่นของเรดาร์ และ Beam ของเรดาร์
 
เรดาร์ตรวจอากาศดอปเปลอร์ (Doppler Weather Radar ) คืออะไร ?
      
       เมื่อพูดถึงเรดาร์ตรวจอากาศ คนส่วนใหญ่รู้ดีว่าหมายถึง เรดาร์ที่ใช้สำหรับตรวจหา ตำแหน่ง    และความเข้มหรือวัดปริมาณฝน
เท่านั้น     แต่จริง ๆ แล้วยังมีเรดาร์ตรวจอากาศอีกชนิดหนึ่ง คือ เรดาร์ตรวจอากาศดอปเปลอร์
  ซึ่งนอกจากจะตรวจข้อมูลได้เหมือน
กับเรดาร์ตรวจอากาศทั่วไปแล้ว ยังสามารถ ตรวจการเคลื่อนที่ของเป้า และกระแสลมแวดล้อมเป้าได้อีกด้วย เีรเดาร์ตรวจอากาศใน
ปัจจุบันนี้จึงเป็นเรดาร์ตรวจอากาศชนิด ดอปเปลอร์ ซึ่งในประเทศไทยเอง ของกรมอุตุนิยมวิทยา หรือของหน่วยงานอื่น ๆ เช่น สำนัก
งานฝนหลวง ก็ใช้เรดาร์ตรวจอากาศ ชนิด ดอปเปอลร์เช่นกัน
การเลื่อนความถี่แบบดอปเปลอร์ ( Doppler   Shift )


รูปที่ 2 แสดงการเลื่อนความถี่แบบดอปเปลอร์ เนื่องจากการเคลื่อนที่ของเป้า
        
        การเลื่อนความถี่แบบดอปเปลอร์   คือ    การเปลี่ยนแปลงค่าความถี่
เนื่องจากการเคลื่อนที่ของเป้า มีหลักอยู่ว่า   ถ้าเป้าเคลื่อนห่างออกไปจาก
เรดาร์ ค่าความถี่ของสัญญาณจะน้อยกว่า    ค่าความถี่ส่งที่เรดาร์ส่งออกไป
แต่ถ้าเป้าเคลื่อนเข้าหาเรดาร์   ค่าความถี่จะมากกว่า   ในเมื่อเรดาร์ดอป
เปลอร์สามารถตรวจจับค่าความถี่เลื่อนของสัญญาณได้     ก็สามารถวัดค่า
ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเป้าได้         ซึ่งเป็นการเคลื่อนที่ในลักษณะ
ของการเคลื่อนเข้าหา        หรือเคลื่อนห่างออกไปจากเรดาร์ในแนวรัศมี
หรือตามแนวลำคลื่น ดังแสดงไว้ในรูปที่ 2
 
ส่วนประกอบที่สำคัญของเรดาร์ตรวจอากาศ  
เครื่องรับและเครื่องส่ง (Transmitter and Receiver)

ภาพเครื่องรับ-ส่ง

          ประกอบด้วยแผงวงจรและหลอดทางอิเลคทรอนิคส์ ใ้ช้สำหรับผลิตความถี่เรดาร์ที่จะส่งออกไป การรับสัญญาณและการแสดงภาพ
บนจอภาพ ส่วนประกอบดังกล่าวได้แก่

          1. มอดดูเลเตอร์ ( Modulator )
          2. เครื่องส่ง   RF  ( RF Transmitter )
          3. ชุดท่อนำคลื่น ( Waveguide assembly )
          4. ดูเพล็กเซอร ( Duplexer )
          5. มิกเซอร์ฟรีแอมพลิฟายเออร์ ( Mixer Peramplifier )
          6. ออสซิเลเตอร์ประจำเครื่อง ( Local Oscillator )
          7. เครื่องขยายการรับแบบ Log ( LOG IF Amplifier )
          8. ดิสคริมมิเนเตอร์และชุด AFC ( Diseriminator / AFC Assembly )
          9. ตัวลดทอนไอเอฟ ( IF  Attenuators )
          10. ตัวขับเคลื่อนตามสาย ( Line Driver )
           

ระบบสายอากาศ / เพดเอสตอล ( Antenna / Pedestal )  
          
          ระบบสายอากาศทำหน้าที่ 2 อย่างคือ ส่งคลื่นและรับสัญญาณ ประกอบด้วย
          1. รีเฟลคเตอร์  ( Reflector )
 เป็นรูปจานชนิด พาราโบลา  โครงสร้างแข็งแรง  มีเส้นผ่าศูนย์กลางต่างกันตามขนาดความ
ยาวคลื่นเรดาร์
          2. ฟีดฮอร์น  ( Feed horn )
 ติดอยู่ไกล้กึ่งกลางจานพาราโบลา  เป็นตัวป้อนพลังงาน RF เมื่อเรดาร์ทำหน้าที่ส่งและรวบรวม
สัญญาณสะท้อนเมื่อเรดาร์ทำหน้าที่รับสัญญาณ
          3. ชุดเพดเอสตอล ( Pedestal assembly ) ใช้บังคับการหมุนสายอากาศ หมุนตามคำสั่งจากแผงควบคุมทั้งมุมสูง  มุมนอน
ด้วยการรับสัญญาณขับจากเซอร์โวยูนิต และป้อนข้อมูลซิงโคร ไปที่ภาคจอภาพด้วย
          4. ข้อต่อหมุนสายอากาศ ( Rotating Joints ) ประกอบด้วยข้อต่อ 2 ข้อ ข้อต่อมุนสูงกระดกขึ้นลงตั้งแต่ - 1 ถึง + 60 องศา
ข้อต่อมุมนอนหมุนได้ 360 องศา ทั้งทวนและตามเข็มนาฬิกา
          5. กลไกขับมุมสูงมุมนอน ( Azimuth and Elevation drive mechanisms ) ชุดเพดเอสตอล แอสเซมบลี้ บรรจุด้วยกลไก
ขับมุมสูง มุมนอน 2 แกน   โดยแผงควบคุมเป็นผู้สั่งการผ่านเซอร์โวยูนิต  มุมนอนหมุนในอัตรา 5 รอบต่อนาที หรือ 30 องศาต่อ
วินาที และมุมสูงยกขึ้นใน อัตรา 15 องศาต่อวินาที
           6. Electrical connections  การต่อไฟฟ้าระหว่างรีเพลคเตอร์กับเพดเอสตอล ใช้เคเบิลกับ สลิพริงบนเพดเอสตอลในลักษณะ
แนวนอนเสมอ


เซอร์โวยูนิต ( Servo Unit )


          
           เซอร์โวยูนิต ทำหน้าที่ขยายกำลังกลไกขับเพดเอสตอลและจานสายอากาศ ส่วนที่ทำหน้าที่ขยายในเซอร์โวรับ   input   มุมสูง
มุมนอนจากแผงควบคุม แปลงเป็น output  กำลังสูงเพื่อให้ชุดกลไกขับมีกำลังพอ และ input จากชุดกลไกขับถูกเปลี่ยนเป็น output
เพื่อใช้สั่งที่แผงควบคุมอีกครั้งหนึ่ง
ชุดความดันอากาศภายใน ( Pressurizing Set )
       
         
          ทำหน้าที่ปั้มอากาศแห้ง เข้าสู่ท่อนำคลื่น ( Wave guide ) เพื่อให้ท่อนำคลื่นและสลิฟริงปราศจากความชื้น  เนื่องจากความชื้น
สูงจะให้การส่งคลื่นบกพร่องได้
          ระบบการสื่อสาร ภายใน ( Intercom System ) เจ้่าหน้่าที่ช่างใช้ติดต่อสื่อสาร ขณะทำการตรวจซ่อมแก้ไขและปรับแต่งเครื่อง
เรดาร์

 



<<<  เรโดม  ( Radome )

          เป็นฝาครอบจานสายอากาศเรดาร์ ใช้ป้องกันพายุลมแรง ทำด้วยไฟเบอร์กลาส เพื่อให้คลื่นสามารถทะลุผ่านไปได้

ชุดคอมพิวเตอร์ควบคุมและประมวลผลการตรวจเรดาร์

เครื่องประมวลผลและสั่่งการเรดาร์
ระบบ
EDGE
             


          เรดาร์ตรวจอากาศในสมัยก่อนจะมีจอภาพเรดาร์ เพื่อแสดงผลการตรวจเรดาร์ ซึ่งจะเป็นภาพขาวดำ แต่ในปัจจุบันนี้ระบบ แสดงผลการตรวจเรดาร์จะใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวประมวลผลการตรวจเรดาร์รวมทั้งการสั่งการให้เครื่องเรดาร์ทำงานตามที่เราต้องการ
ได้ในปัจจุบันนี้ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่ใช้คือ Unix และซอฟแวร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันคือ   ระบบ EDGE
( Enterprise   Doppler Grahpics Environment )

เรดาร์ตรวจอากาศ แบ่งได้เป็นกี่ชนิด ?
          เรดาร์ตรวจอากาศ สามารถ แบ่งได้เป็น หลาย ชนิด ด้วยกัน โดยใช้ เกณฑ์ ความยาวคลื่น และ ความถี่ ของคลื่นเป็นตัวแบ่ง
ตามตารางแสดงข้างล่างนี้
ความถี่ ( Frequency ) ( MHz) ความยาวคลื่น ( Wave Length ) (Cm) ชนิด ( Band )
30000 1 K
10000 3 X
6000 5 C
3000 10 S

1500

20 L
         
           เรดาร์ตรวจอากาศแบบ S - BAND มีความถี่ 1,550-3,900 MHz ความยาวคลื่น 7.69 - 19.3 cm    เป็นเรดาร์ขนาดใหญ่ เหมาะในการตรวจฝนกำลังแรง - กำลังแรงมาก  และสามารถตรวจฝนกำลังอ่อน - ฝนกำลังปานกลางได้ด้วย แต่เนื่องจากเป็นเรดาร์
ขนาดใหญ่ เมื่อคลื่นของเรดาร์กระทบเป้า จะไม่มีการสูญเสียพลังงาน    เนื่องจากเป้าทำให้เป้าฝนที่ปรากฎบนจอเรดาร์   มีรูปร่างผิด
เพี้ยนไปจากความเป็นจริงไปบ้างเล็กน้อยหรือไม่ผิดเลย เรดาร์ชนิดนี้มีรํศมีทำการประมาณ550 กม. รัศมีหวังผล 230 กม.
เรดาร์ของ สถานีเรดาร์ขอนแก่น เป็นเรดาร์ ชนิด S-Band

 
          
เรดาร์ตรวจอากาศแบบ C - BAND มีความถี่ 3,900-6,200 MHz ความยาวคลื่น 4.84-7.69 cm เป็นเรดาร์ขนาดปานกลาง เหมาะในการตรวจฝนกำลังปานกลาง - กำลังแรง และสามารถตรวจฝนกำลังอ่อนได้ด้วย แต่เนื่องจากเป็นเรดาร์ขนาดปานกลาง เมื่อ
คลื่นของเรดาร์กระทบเป้า จะมีการสูญเสียพลังงาน เนื่องจากเป้าบ้าง ทำให้เป้าฝนที่ปรากฎบนจอเรดาร์ มีรูปร่างผิดเพี้ยนไปจากความ
เป็นจริงไปบ้าง เรดาร์ชนิดนี้มีรัศมีทำการประมาณ450 กม.รัศมีหวังผล 230 กม.


           เรดาร์ตรวจอากาศแบบ X - BAND มีความถี่ 6,200-10,900 MHz  ความยาวคลื่น  2.75 - 4.84 cm  เป็นเรดาร์ขนาดเล็ก เหมาะในการตรวจฝนกำลังอ่อน - กำลังปานกลาง และสามารถตรวจฝนกำลังแรงได้ด้วย แต่เนื่องจากเป็นเรดาร์ขนาดเล็ก ความยาว
คลื่นสั้น เมื่อคลื่นของเรดาร์กระทบเป้า จะมีการสูญเสียพลังงาน  เนื่องจากเป้ามาก   ทำให้เป้าฝนที่ปรากฎบนจอ   เรดาร์   มีรูปร่างผิด
เพี้ยนไปจากความเป็นจริง เรดาร์ชนิดนี้มีรัศมีทำการประมาณ 100 กม. รัศมีหวังผล 60 กม.
กลับหน้าหลัก